Pneumatic Lab
"ควบคุมพลังลม... สู่กลไกอัตโนมัติอัจฉริยะ"
ยินดีต้อนรับสู่โลกของ "นิวเมติกส์ (Pneumatics)" หรือวิศวกรรมลม! ที่นี่คุณจะได้สวมบทบาทเป็นวิศวกรระบบอัตโนมัติ (Automation Engineer) เรียนรู้วิธีการควบคุมพลังงานลมเพื่อสั่งงานเครื่องจักร ตั้งแต่การกดปุ่มง่ายๆ ไปจนถึงการออกแบบวงจร Logic ที่ซับซ้อน
🧩Operations Manual: คู่มือการใช้งาน
ห้องทดลองนี้จำลองอุปกรณ์นิวเมติกส์มาตรฐานอุตสาหกรรม ให้คุณทดลองต่อวงจรได้อย่างปลอดภัยและไร้ขีดจำกัด
1. ส่วนประกอบหน้าจอ (Interface)
Dashboard (บน): แผงควบคุมโหมดการทำงาน
[ FREE MODE ]: พื้นที่อิสระ สร้างสรรค์วงจรได้ตามใจชอบ
[ CHALLENGE ]: โหมดท้าทาย! แก้ปริศนา Logic Gate ตามโจทย์ที่ได้รับ
[ DELETE MODE ]: เครื่องมือสำหรับลบอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการ
Simulation Canvas (กลาง): พื้นที่ทำงานหลักสำหรับการวางอุปกรณ์และเดินสายลม
Toolbox (ล่าง): คลังอะไหล่ เพียงคลิกแล้วลากขึ้นมาวางบนกระดาษ
2. วิธีการเล่น (Basic Control)
Spawn (สร้าง): ลากไอคอนจาก Toolbox ขึ้นมาวางบนพื้นที่ว่าง
Move (ย้าย): คลิกค้างที่ตัวอุปกรณ์แล้วลากไปมา
Wire (เดินสาย): คลิกที่ "จุดสีแดง" (Port) ลากเส้นเชื่อมต่อไปยังจุดสีแดงของอุปกรณ์อื่น (สายที่มีลมจะเรืองแสงสีฟ้า!)
Interact (สั่งงาน): คลิกที่ปุ่มกดบนวาล์วเพื่อเปลี่ยนสถานะเปิด/ปิดลม
🧩Components Guide: รู้จักอุปกรณ์
Air Source: แหล่งจ่ายลมหลัก เปรียบเสมือนหัวใจของระบบ ต้องมีในทุกวงจรเพื่อส่งพลังงานไปสู่อุปกรณ์อื่น
Cross Joint: ข้อต่อ 4 ทาง ใช้สำหรับแยกสายลมออกไปหลายจุด หรือรวมสายลมจากหลายแหล่ง
3/2 Valve: วาล์วปุ่มกด (Input) ทำหน้าที่เป็นสวิตช์ กดเพื่อปล่อยลม ปล่อยเพื่อหยุดลม
5/2 Valve: วาล์วควบคุมทิศทาง (Master Valve) ใช้เปลี่ยนทางลมเพื่อสั่งให้กระบอกสูบยืดหรือหด (สามารถปรับโหมด Pilot/Spring ได้ที่ปุ่มด้านล่าง)
Single Action Cylinder: กระบอกสูบทางเดียว ยืดออกด้วยลม ดันกลับด้วยสปริง (ใช้กับวาล์ว 3/2)
Double Action Cylinder: กระบอกสูบสองทาง มีรูลม 2 ฝั่ง ต้องใช้ลมทั้งดันออกและดึงกลับ (ใช้กับวาล์ว 5/2)
🧩Challenge Mode: ภารกิจพิชิตตรรกะ
พร้อมทดสอบสมองหรือยัง? ในโหมดนี้ ระบบจะมอบหมาย "Truth Table (ตารางความจริง)" มาให้
ภารกิจ: ออกแบบวงจรลมที่ทำให้กระบอกสูบ A และ B ทำงานสัมพันธ์กับปุ่มกด Input 1 และ 2 ตามตารางเป๊ะๆ
ข้อจำกัด: คุณไม่สามารถลบอุปกรณ์หลักได้ ทำได้เพียง "เดินสาย" และ "เพิ่มวาล์วเสริม" เท่านั้น
การตรวจสอบ: กดปุ่ม [ RUN TEST SEQUENCE ] ระบบจะทำการทดสอบกดปุ่มให้เองอัตโนมัติ ถ้าไฟเขียวขึ้นครบทุกช่อง... คุณคือสุดยอดวิศวกร! 🏆
🧩The Science: หลักการวิทยาศาสตร์
กฎของปาสคาลในระบบลม (Pascal's Principle in Air) แม้ลมจะ "ยุบตัวได้" (Compressible) ต่างจากน้ำมัน แต่หลักการส่งแรงดันยังคงเดิม แรงดันจากปั๊มจะกระจายไปทั่วทุกทิศทางในท่อปิด ทำให้เราสามารถส่งพลังงานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปได้ทันที
ตรรกะนิวเมติกส์ (Pneumatic Logic) รู้หรือไม่? ก่อนที่เราจะมีคอมพิวเตอร์ เราใช้ "ลม" ในการคิดคำนวณ!
AND Gate: ต้องกดปุ่ม A และ B ลมถึงจะผ่าน (ใช้การต่ออนุกรม)
OR Gate: กดปุ่ม A หรือ B ลมก็ผ่านได้ (ใช้ข้อต่อสามทาง)
NOT Gate: ปกติเปิดลมไว้ ถ้ากดปุ่มลมจะหยุด (Normally Open Valve)
🚌 ประตูรถเมล์/รถไฟฟ้า: เสียง "ฟึ่บ!" เวลาประตูเปิดปิด คือเสียงลมจากกระบอกสูบนิวเมติกส์
🎢 รถไฟเหาะ: ระบบเบรกฉุกเฉินและระบบล็อคที่นั่งใช้พลังงานลมเพราะมีความรวดเร็วและปลอดภัยสูง
🏭 สายพานการผลิต: แขนกลที่หยิบจับขนมใส่ถุง หรือเครื่องปิดฝาขวด ล้วนขับเคลื่อนด้วยระบบนิวเมติกส์ทั้งสิ้น เพราะสะอาดและไม่เกิดประกายไฟ
ในแอปเราใช้ "กระบอกสูบ (Cylinder)" เพื่อดันและดึง ในชีวิตจริงเราสามารถจำลองการทำงานนี้ได้ง่ายๆ ด้วย "หลอดฉีดยา (Syringe)" เพราะมันมีลูกสูบ (Piston) และกระบอก (Barrel) เหมือนกันเป๊ะ!
📦 อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม:
หลอดฉีดยาพลาสติก (ไม่มีเข็ม) 2 อัน (ขนาดเท่ากัน หรือต่างกันก็ได้)
สายยางเลี้ยงปลา (Plastic Tubing) ความยาวประมาณ 30-50 ซม.
เทปกาว หรือ กาวร้อน
กระดาษลัง (สำหรับทำโครงแขนกล)
น้ำเปล่า (สำหรับเปรียบเทียบในขั้นตอน Advanced)
🧪 วิธีการทดลอง:
Step 1: เตรียมระบบ (Assembly)
ดึงก้านหลอดฉีดยาอันที่ 1 ออกมาให้สุด (ดูดอากาศเข้าเต็มหลอด)
กดก้านหลอดฉีดยาอันที่ 2 ลงไปให้สุด (ไล่อากาศออกหมด)
เสียบสายยางเชื่อมต่อปลายหลอดฉีดยาทั้งสองเข้าด้วยกัน (ต้องเสียบให้แน่น ห้ามให้ลมรั่ว! อาจใช้เทปกาวพันรอบรอยต่อ)
Step 2: ทดสอบการส่งกำลัง (Transmission Test)
ลองกดก้านหลอดที่ 1 (ที่มีลม) ลงช้าๆ
สังเกต: ก้านหลอดที่ 2 จะค่อยๆ ยืดออกมาเอง! นี่คือการส่งแรงผ่านอากาศ
ลองดึงก้านหลอดที่ 1 กลับ... ก้านหลอดที่ 2 จะหดตามกลับมา
Step 3: พิสูจน์ความยืดหยุ่น (Compressibility Test)
ใช้นิ้วอุดปลายสายยางด้านหนึ่งไว้แน่นๆ
ลองกดก้านหลอดฉีดยาอีกด้านลงไปแรงๆ
สังเกต: คุณจะกดลงได้นิดหน่อยแล้วมันจะเด้งกลับ! (เหมือนสปริง)
สรุป: นี่คือข้อแตกต่างสำคัญของ "นิวเมติกส์ (ลม)" คือมัน "ยุบตัวได้" ทำให้มีความนุ่มนวล แต่ไม่แข็งเท่าไฮดรอลิก
💡 The Science Behind It (วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง): หลักการนี้คือ กฎของปาสคาล (Pascal's Principle) ในระบบปิด
เมื่อเราออกแรงกดอากาศในหลอดที่ 1 แรงดันจะวิ่งผ่านสายยางไปดันลูกสูบในหลอดที่ 2
ถ้าเราเปลี่ยนขนาดหลอด (เช่น ใช้หลอดเล็กกดหลอดใหญ่) เราจะสามารถ "เพิ่มแรงยก" ได้เหมือนแม่แรงยกรถ! (แต่ต้องกดระยะทางยาวขึ้นเพื่อแลกกับแรงที่ได้มา)